เส้นใยอาหารกับประโยชน์ต่อร่างกาย
เส้นใยอาหารหรือที่เรารู้จักกันในชื่อ
ไฟเบอร์ (Fiber) นั้น นับเป็นส่วนหนึ่งของอาหารที่เราที่รับประทานกันอยู่ทุกวัน
และพบว่าเส้นใยอาหารเหล่านี้จะมีอยู่สูงในอาหารจำพวกผักและผลไม้ แต่อย่างไรก็ตามพบว่า
คนทั่วไปได้รับเส้นใยอาหารจากแหล่งต่างๆ ดังกล่าวไม่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย
เนื่องจากรูปแบบการโภชนาการที่เปลี่ยนไปในปัจจุบันที่มุ่งเน้นด้านแป้งและโปรตีนจากสัตว์เป็นหลัก
เส้นใยอาหารมีลักษณะแตกต่างกันอยู่ 2 ชนิดคือ
- เส้นใยอาหารชนิดที่ละลายในน้ำได้ (Soluble Fiber)
- เส้นใยอาหารชนิดที่ไม่ละลายน้ำ (Insoluble Fiber)
เส้นใยอาหารเหล่านี้เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วจะไม่สามารถถูกย่อยเป็นอาหารได้
แต่มีคุณสมบัติในการพองตัว และความสามารถในการดูดซับน้ำและสารอาหารที่ละลายได้ในน้ำ
เช่น น้ำตาลกลูโคส (Glucose) ซึ่งเป็นสาเหตุของไขมันใหม่ (New fat) และภาวะเบาหวาน
(Diabetes) หรือแม้คุณสมบัติในการเกาะติดและห่อหุ้มไขมันและสารพิษตกค้างต่างๆ เพื่อขัดขวางการดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย
แล้วเส้นใยอาหารก็จะถูกขับออกไปจากร่างกายโดยทางอุจจาระอย่างง่ายดาย จึงทำให้มีการนำเอาเส้นใยอาหารโดยเฉพาะในรูปแบบที่สกัดเฉพาะเส้นใยอาหารอย่างเดียว
มาใช้ประโยชน์ในการควบคุมน้ำหนัก (Weight Control Program) กันอย่างกว้างขวาง
นอกจากนี้ในขณะที่เส้นใยอาหารเดินทางออกไปกับอุจจาระนั้น
ก็พบว่าเส้นใยอาหารจะสามารถกวาดเอาสิ่งตกค้างหรือสารพิษต่างๆ ที่อยู่ในลำไส้ของเราออกไปกับอุจจาระ
ซึ่งมีผลการวิจัยทางแพทย์มากมายที่พบว่า เส้นใยอาหารมีคุณสมบัติในการลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะมะเร็งของลำไส้ใหญ่
(Colon Cancers) ที่อาจเกิดจากการกระตุ้นของสารพิษตกค้างในลำไส้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี
จึงเป็นความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่ร่างกายของเราจะต้องได้รับเส้นใยอาหารให้เพียงพอในชีวิตประจำวัน